คาถาที่1 : ข้าน้อยยินดีรับใช้

 

ตึก    ตึก     ตึก      ติ๊ก...    อ๊ะ....ซวยละไง........ ตูม!!

 

“เหวอ ออออ    แอ๊ค!” ร่างๆหนึ่งหล่นลงมากระทบพื้นโดยที่ใบหน้าไถลไปกับพื้นเป็นทางยาวหลังเกิดเสียงระเบิดขึ้นในป่า

“แกจะยอมไปทำงานอันทรงเกียตินี่หรือไม่ห๊ะ!”  หญิง สาวหน้าตาสะสวยเรือนร่างทรวดทรงดูดีในชุดรัดรูปสีน้ำเงินเข้มมายืนตะคอกใส่ เด็กชายที่ตอนนี้ยังคงเอาหน้าแนบพื้นและบอทท่อมยังคงชี้ฟ้าตามเดิม แต่หน้าที่ก้มติดพื้นค่อยๆเงยขึ้นพร้อมกับคำปฏิเสธมาเป็นชุด

“ผมไม่ยอมอย่างแรงครับท่านพี่! จะเอาน้องหมาไซบีเรียนฮัสกี้มาประเคนให้ผม ผมก็ไม่ยอมครับ!” หญิง สาวมองหน้าน้องชายตัวเองพลางกอดอกซึ่งน้องชายคุณเธอเองก็มองหน้าตอบอย่างไม่ ลดละสุดท้ายน้องชายคุณเธอก็รับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่มาวางบนหัว(?) ความจริง มันคือ...รองเท้าส้นสูงที่วาง(เหยียบ)ลงอยู่บนหัว

“ฉันถามครั้งสุดท้าย แก จะ ไป หรือไม่(วะ)” พี่สาวส่งไอสีดำออกมาจากข้างหลังหน้าตาหน้ากลัวยิ่งกว่านางยักษ์ปากที่เผยยิ้มออกมาเต็มไปด้วยฟันอันแหลมคม

“เอ่อ...ไปครับ”

“เออ ก็จบ ไปละของเตรียมไว้ที่หน้าเรือนแล้ว” ว่าแล้วพี่สาวก็เดินสะบัดผมกลับไปยังทางที่มา

“แล้วที่พี่มาบังคับเรา มันเพื่ออะไรกันเนี้ย...” เขาก็ได้แต่เกาหัว รู้งี้ไม่หน้าอ่อนข้อให้พี่เราเลยจริงๆ..ไม่งั้นไม่ต้องไปทำงานบ้าๆนี่ด้วยถ้าชนะพี่

 

 

 

 

หลัง จากการร่ำราอันสุดซึ้งของครอบครัวตระกูลมิโด้ตั้งแต่รุ่นเล็กยันรุ่นแก่เอ้ ยรุ่นใหญ่...ซึ่งเมื่อท่านพี่ได้เห็นรูปหนุ่ม...ที่ผมต้องไปทำงานด้วยนั้น ท่านพี่แก...เขาเกิดอาการอยากจะเปลี่ยนตัวกับผมทันที ถึงผมจะอยากเปลี่ยนตั๊วเปลี่ยนตัวให้เป็นท่านพี่เหลือเกินมันก็ทำไม่ได้ เพราะ...ท่านตารู้ความสามารถที่แท้จริงของผมซึ่งผมไม่อยากจะให้ใครรู้เสีย เท่าไรวางเรื่องนั้นไปก่อนกลับมาเข้าเรื่องเดิมของผมต่อ หลังจากท่านพี่ของผมนำผ้าเช็ดหน้ามากัดพร้อมทั้งน้ำตา(?) ผมก็ถูกท่านพ่อและท่านตาที่รักของผมถีบไล่ไสส่งผมออกจากเรือนไม้เก่าแก่นี่ ไปยังสถานที่ที่ผมต้องไปทำงานรับใช้ที่บ้านเจ้าหนี้! ซึ่งดันมาเป็นยากูซ่าด้วยนี่สิ...คือว่าง่ายๆผมคือตัวไถ่หนี้ซึ่งอาจโดน คว้านท้องหรือโดนทำอะไรต่างๆนา(ไม่ใช่เรื่องลามกนะครับ)ก็อาจเป็นไปได้ ...หรือที่เลวร้ายสุดๆ...คงโดนจับถ่วงที่อ่าวโตเกียวก็ได้.... กลับสู่ความจริงอีกครั้ง ก่อนที่ผมจะก้าวออกจากสิ่งที่เรียกว่า...นรกเอ้ยบ้าน...ผมหันไปมองหน้าแต่ละ คนซึ่งมีสีหน้าที่...สุดๆ ยิ้มแย้มสุดๆเมื่อลูกคนเล็กได้ก้าวไปเผชิญกับความซวย

“ผมไปละครับ”ผมโบกมือลาแล้วเดินออกไปสู่เส้นทางชีวิตของลูกหนี้...และแล้วเสียงให้กำลังใจ(?)ก็ดังมาตามหลัง

“ขอให้มีชีวิตกลับมาครบ32นะลูกรัก” นี่เสียงท่านพ่อครับ

 “ขอให้โดนลอบฆ่าระหว่างงาน ฉันจะได้ไปทำงานแทนนาย” นี่เสียงท่านพี่....ช่างรักน้องชายคนนี่เหลือเกิน..

“ว่างๆแวะมาเยี่ยมกันบ้างนะจ๊ะ” มาเสียงท่านแม่ค่อยน่าชื่นใจหน่อย

“ควงสาวๆกลับมาได้ก็ดีนะจ๊ะ ถ้าไม่ได้เอาก็หนุ่มหล่อๆกลับมาบ้านก็ได้นะแม่ไม่ว่า” เฮ้ย...อันแรกยังโอเคแต่อันหลังนี่ผมส่ายหน้าวิ่งหนีแล้วครับท่านแม่...ทำไม ท่านแม่สงเสริมผมไปในทางที่แปลกๆจังครับ แต่เอาเป็นว่าทุกท่านเป็นห่วงผมแม้คำบอกลาจะแปลกๆไปบ้างก็ตาม.....

 

 

 

 

 

“นายท่านโมโรสุ ท่านมาซามุเนะกลับมาถึงแล้วครับ” ชายวัยกลางคนพยักหน้าตอบรับก่อนจะหันหลังให้หน้าต่าง ก่อนจะเปรยออกมาเบาๆ

“วันนี้เป็นวันที่นกน้อยจะบินมายังป่าแล้วสินะ”

“นกน้อยที่ว่านี่...”

“ก็ลูกหนี้ที่จะมาทำงานให้เราไงเล่า”

 

 

 

 

“ยินดีต้อนรับกลับครับนายน้อยมาซามุเนะ” ชาย ในชุดสูทสีเทาเดินเข้ามาในรั้วบ้านโมริยามะซึ่งเป็นครอบครัวที่ทำงานแปลกๆไป นิด...นั่นคือ..ยากูซ่า พอชายในชุดสูทได้รับการต้อนรับจากคนในแก๊งค์เขาก็เดินตรงเข้าไปยังเรือนใหญ่

“ตาแก่อยู่ไหน” เขาถามสาวใช้พร้อมคลายเน๊กไทน์ออก

“อยู่ในห้องใหญ่เจ้าค่ะ”

 

ปึง!

 

“อ้าว มาซามุเนะ ทำไมทำหน้าอย่างนั่นละหืม” ชายวัยกลางคนพูดพลางส่งยิ้มไปให้ลูกของตนที่ทำสีหน้าบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างแรง

“จะไม่ให้ทะ...”    โครม! ตึง ตึง ตึง

หลัง เกิดเสียงดังเหมือนคนล้มลงหลายๆคน...ทั้งคู่วิ่งออกไปดูเหตุการณ์ข้างนอก ห้องซึ่งสิ่งที่พบคือการ์ดทั้ง3คนล้มลงไปนอนเล่นบนพื้นและการ์ดอีก5คนมันยึด ตัวเด็กหนุ่มคนหนึ่งไว้ ซึ่งมันคงไม่ปกติแน่ที่หัวหน้าการ์ดจะลงไปนอนกองกับพื้น...ด้วยฝีมือเด็ก หนุ่มจากไหนไม่รู้ จู่เจ้าเด็กนั่นก็หันมามองทั้งคู่ก่อนจะเบิกตากว้าง

 

ฟุ่บ!

 

เด็ก หนุ่มที่อยู่ในวงล้อมของการ์ด5คนจู่ๆมาโผล่อยู่ที่หน้าทั้งคู่อย่างไม่ทัน ตั้งตัว...เจ้าเด็กนี่มันเล่นมายากลหรือไงถึงหายตัวมาโผล่ตรงนี้ได้! หลังมาโผล่ตรงหน้าก็มาคุกเข่าพร้อมก้มทำความเคารพแบบญี่ปุ่นและเริ่มพูด โดยที่ไม่สนคนรอบข้างเลยแม้แต่น้อย

“ข้าพเจ้านินจาจากตระกูลมิโด้นามโทบิกิ ข้าพเจ้ามาที่นี่เพื่อรับใช้นายท่านจนกว่าจะหมดวาระ” เด็กหนุ่มนามโทบิกิเอ่ยจบก็เงยหน้าขึ้นมองมาซามุเนะ ซึ่งเมื่อชายวัยกลางคนมองหน้าอย่างสงสัยแต่ต้องร้องอ๋อออกมาเมื่อนึกขึ้นได้

“เจ้าหนูนายจะมาทำงานใช้หนี้ใช่ไหม”

“เอ่อ....ท่านตาผมได้ส่งตัวผมมาไถ่แทนซึ่งก็เป็นไปตามนายท่านกล่าวมากครับ” จู่ๆเด็กหนุ่มก็เปลี่ยนสัพนามอย่างรวดเร็ว แล้วพูดไปด้วยรอยยิ้มเหยเก

“โฮ่...ส่งเจ้าหนูนินจามารึนี่ ฮ่าๆ เจ้าหนู...ฉันตัดสินใจละนายไปเป็นบอดี้การ์ดให้กับเจ้ามาซามุเนะก็แล้วกัน”

“ผมไม่ต้องการบอดี้การ์ด!”

“ได้ไงเล่าก็ ลูกอยู่ในสถานะว่าที่หัวหน้ากลุ่มโมริยามะ มันก็ต้องมีอันตรายและมีการลอบฆ่าเกิดขึ้นแน่ๆ”

“ผมไม่ได้อยากได้ตำแหน่งบ้าบออะไรนั้น เจ้าเด็กนี้ดูแล้วยังไม่18ด้วยซ้ำ จะมาคอยอยู่กับผมได้ไง” ชายหนุ่มในชุดสูทนามมาซามุเนะแย้งพ่อตัวเองด้วยความไม่พอใจ

“นั่น สิ...เจ้าหนูนี่มันยังไม่ 18 ด้วยซ้ำจะให้ทำงานแทนการเรียนมันคงไม่ดี เดี๋ยวพ่อจะหาที่เรียนให้เจ้านี่ แต่ยังไงเจ้าหนูเหยี่ยวนี่ก็ต้องเป็นบอดี้การ์ดของลูก”

“พ่อ!” โมโรสุทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินคำปฏิเสธของมาซามุเนะแม้แต่น้อย

“เอ่อ..สรุป...” โทบิกิยกมือขึ้นพร้อมกับทำหน้าไม่เข้าใจเนื้อเรื่อง

“เจ้าหนู นายได้งานแล้วละ ส่วนเรื่องเรียนเดี๋ยวคาสุมะเลขาฉันจัดการให้ นายเตรียมข้าวของไปอยู่เรือนกลางข้างห้องมาซามุเนะ” โทบิกิยังคงคุกเข่าทำหน้าเอ๋อเหร๋อเหมือนยังคงไม่ค่อยเข้าใจจนสาวใช้มาถึงแล้วพาไปยังห้องของโทบิกิ

 

 

 

 

ใน ห้องเล็กโล่งๆที่ปูเสือทาทามิมีการตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยดอกไม้เล็กๆที่ มุมห้องมีตู้ไม้ที่มีหนังสือเต็มตู้ และใกล้ระเบียงมีโต๊ะไม้ขนาดย่อมเมื่อเวลาที่มองผ่านระเบียงก็จะมองเห็นต้น ไผ่สีเขียวสด เสียงลมที่ดังเบาๆพร้อมกับเสียงกระบอกไม้ไผ่ที่กระทบหิน เมื่อฟังเสียงพวกนี้ไปพร้อมกับชมต้นไผ่ทำให้จิตใจสดชื่นขึ้นจากความรู้สึก แย่ๆ

“ทำไมพ่อถึงชอบบังคับเรานัก ทั้งๆที่ซาโตชิก็ขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มได้” ระหว่างที่ผมนั่งคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาพ่อมักจะบังคับให้ผมทำสิ่งต่างๆทั้งๆที่ตัวเองนั้นไม่ได้ชอบที่จะทำแม้แต่น้อย

ใน ช่วงที่ต้องเจอผู้คนเรามักต้องปั้นหน้าให้เรียบนิ่ง...ไม่สามารถทำในสิ่งที่ ชอบได้อย่างเปิดเผย....อยากที่จะให้ใครซักคนมาคุยคลายความรู้สึกแย่ๆนี่เสีย จริง...

“แล้วเจ้าหนูนั่นอีก...ต้องมาทำอะไรเสี่ยงๆเพื่อเรา” มาเสี่ยงเพื่อเรายังไม่พอยังต้องมาเสียการเวลากับเรื่องไร้สาระเช่นนี้อีก

 

ป๊อก....

 

เสียงกระบอก ไม้ไผ่กระทบกับหินอีกครั้งพร้อมกับหัวคนห้อยลงมาจากหลังคาที่ระเบียงห้อง เอ่อ...เป็นใครก็คงต้องตกใจกันบ้างใช่ไหมครับถึงแม้คุณจะนิ่งแค่ไหนแต่ใจคุณ มันคงไม่นิ่งตามว่าไหม...

“นาย….”

“อ๊ะ..ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะครับนายท่าน”  เจ้าเด็กที่ต้องมาเป็นบอดี้การ์ดเรานี่...เข้ามาแบบคนปกติๆเขาทำกันไม่ได้หรือไงนะและแน่นอนผมก็พูดตามที่คิด

“เข้าแบบปกติไม่ได้รึไง” ผมปั้นสีหน้าไม่พอใจทั้งๆที่ในใจไม่ได้เป็นตามนั้นก็เถอะ มันคงเป็นความรู้สึกห่วง? มากกว่ามั้งแต่ก็นะ

“อ่า...คุณห่วงผมงั้นเหรอ” เฮ้ยเจ้าเด็กนี่มันอ่านใจได้รึไง ถึงจะพูดออกมาอย่างนั้นแต่ผมก็ยังคงทำสีน้ำน้ำเสียงไม่พอใจ

“ฉันบอกว่าเข้ามาทางประตูแบบคนธรรมดาเขาไม่เป็นรึไง” เจ้าหนูนี่ทำหน้ามุ่ยหน้าย่นสมกับวัยดีจริงๆ

“ถึงนายท่านจะทำหน้าโหด แต่ใจจริงเป็นห่วงผมใช่ม๊า...” แหนะ...มันยังจะย้ำอีก...ถ้าจะตอบปัดมันก็คงย้ำเช่นเดิมสินะ

“โอเค....เธอเอ่อ..มิโด้คุง ช่วยลงมาคุยข้างล่าง....จะได้ไหม...” ผมถอนหายใจออกครั้งหนึ่งก่อนจะชวนเจ้าหนูนี่ลงมาคุยข้างล่างดีๆ ผมเงยเงยคุยมันยังโอเคแต่นี่ห้อยหัวลงมาคิดแล้วก็ปวดหัวแทนจริงๆ

“แล้วก็เลิกเรียกชั้นว่านายท่านเถอะ...มันฟังดูแล้วจั๊กจี้ชอบกล” เจ้าหนูนี่ยังเอียงคออย่างเอ๋อๆซึ่งมันก็ตลกดีไม่เข้ากับวัยเลยแม้แต่น้อย

“เรียกฉันว่ามาซามุเนะซังธรรมดาอย่างนี้ก็ได้นะ”

“โอ๊ะ...ครับ...มาซามุเนะซัง” อ่าเจ้าหนูนี่ยิ้มด้วยแฮะ...

“ยิ้มแล้วก็ดูดีเป็นกับเขานี่...”

“งั้นเหรอครับ งั้นผมยิ้มให้มาซามุเนะซังบ่อยๆดีไหม?” เจ้าหนูนี่...มันยิ้มอีกครั้งแต่การยิ้มครั้งนี้มันยิ้มยิงฟันแบบล้อเล่น

“เธอนี่ก็นะ...” ซึ่งการกระทำแบบเด็กๆของโทบิกิทำให้ผมถึงกับเผลอยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว

“มาซามุเนะซังเองก็ยิ้มแล้วน่ารักขึ้นจมเลยนะครับนี่ ฮะๆ” นั่นแหละครับครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าผมสามารถคุยกับใครซักคนที่ผมสามารถคุยแบบสบายๆได้ก็คงต้องเป็นเด็กตรงหน้านี่แหละ...

แต่ ความกังวลมันก็ยังไม่หมดแถมยังเพิ่งความขึ้นเป็นอีกเท่าตัวไปอีกว่าโทบิกิ ที่จะมาทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดทั้งๆที่เป็นเด็กที่นิสัยร่าเริง ดูแล้วท่าจะเข้ากับคนง่ายเสียด้วยเวลาทำหน้าที่...มันจะไม่อันตรายงั้นเหรอ นี่ผมชักจะเป็นห่วงชีวิตข้างหน้าของเด็กคนนี้ซะแล้วสิ...

 

 

 

ช่วงท้ายบท อ่า...ก็เอาย้ายมาจากเด็กดีอะนะ...

หวังว่ามันคงจะไม่เป็นไรมั้ง

 

นี่ก็เพิ่งเปิดบล๊อคครั้งแรก หวังว่า มันจะโอเค สู้หน้าประชาชีได้มั้งนะ..

 

....จบเถอะ

 

edit @ 19 Feb 2010 19:35:51 by zxтєr-zєro#

edit @ 19 Feb 2010 19:38:40 by zxтєr-zєro#

Comment

Comment:

Tweet